Friday, May 25, 2012
เมื่อวานมีน้องคนนึง ถามขึ้นมาว่า "Town House" กับ "Town Home" มันต่างกันยังไง
ผมก็เลยลองหาคำตอบดูว่า Home กับ House เหมือนหรือต่างกันยังไง

มาดูกันที ที่ความหมายของแต่ละคำก่อนนะครับ ทั้ง Home และ House ต่างก็แปลว่าบ้านครับ แต่เวลาพูดภาษาอังกฤษจะใช้ต่างกัน ทีนี้มาดูความหมาย เป็นภาษาอังกฤษก่อนนะครับ


house  a building used as a home

ผมลองแปลเป็นไทยว่า House คือสิ่งที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นบ้าน (home)

home  the place where something is invented, founded, or developed ⇒ the US is the home of baseball 

ผมแปลเป็นไทยว่า Home คือสถานที่ ที่ซึ่งได้สรรค์สร้างสิ่งที่เรียกว่าบ้าน (house) หรือปลูกบ้านนั่นแหละครับ


เริ่มงงรึยังครับ ถ้าไม่งงก็ยินดีด้วยครับ ถ้างงอ่านต่อเลยละกันครับ

"House is a physical structure. A house is an actual building."
"Home is an abstract term referring to where you are from or where you live. Your home can be a country, planet, state, or an address."

คำว่า "Home" กับ "House" นั้นต่างก็เป็นคำนาม (Noun) มีความหมายเหมือนกันคือ "บ้าน" คำว่า "Home" นั้นเป็นคำที่บ่งบอกถึงความรู้สึกที่มีต่อบ้านมากกว่าคำว่า "House"  คำว่า "Home" มีลักษณะที่เป็นนามธรรม (Abstract)  เป็นสิ่งที่เราจับต้องไม่ได้ต้องใช้ความรู้สึกเข้าไปสัมผัส ซึ่งภายในบ้านนั้นต้องมีครอบครัว มีสมาชิกภายในครอบครัว พูดง่ายๆ ก็คือเมื่อเราพูดถึง "Home" เราก็จะนึกถึงบ้านที่มีครอบครัวที่อบอุ่น เป็นบ้านที่เราเกิด "Home" เป็นบ้านที่มีจิตวิญญาณ แฝงไปด้วยความรู้สึก คือความรู้สึกที่มีต่อบ้าน คำว่า "Home" บ้านของเรานั้นอาจจะเป็นประเทศบ้านเกิด (homeland) โลก (Earth) ดาวเคราะห์ดวงอื่น (Other planets) รัฐ (State) หรือที่ใดๆก็ได้ (Wherever)  แต่บ้านเหล่านี้มักจะแฝงไปด้วยความรู้สึก (Feeling) ความรัก (Love) ความอบอุ่น (Warmth)

Examples:
   
        Big John is always proud of his hometown.
        บิ๊ก จอห์น มีความภาคภูมิใจในบ้านเกิดของเขา
        Big John thinks of his home so much.
        บิ๊ก จอห์น คิดถึงบ้านเขาอย่างมาก (บ้านที่มีครอบครัวที่อบอุ่น)
        Aiden has got homesick.
        ไอเดนคิดถึงบ้าน (คิดถึงครอบครัวและบ้านที่อบอุ่น)
        While travelling Kelly missed the comforts of home.
        ขณะที่ไปเที่ยว เคลลี่คิดถึงบ้านอบอุ่น
        Old people mainly prefer to stay in their own homes.
        ส่วนใหญ่แล้วคนแก่มักจะชอบอยู่ที่บ้าน (บ้านที่อบอุ่น มีสมาชิกในครอบครัวดูแล)
        Home is where the heart is.
        บ้านคือที่ ที่คนที่เรารักรออยู่
        She always feels depressed when she thinks of home.
        เธอรู้สึกหดหู่ใจ เมื่อนึกถึงบ้าน (ประโยคนี้เป็นการแสดงความรู้สึกต่อบ้านในแง่ลบ ในกรณีนี้อาจเป็นบ้านที่ครอบครัวมีปัญหา ครอบครัวแตกแยก)

ส่วนคำว่า "House" เป็นคำนาม (Noun) เหมือนกัน แต่คำว่า "House" นั้นมีลักษณะเป็นรูปธรรม (Non-Abstract, material object, physical structure) เป็นบ้านที่เราไม่ต้องใช้ใจเข้าไปสัมผัส สามารถรู้เห็นด้วยตาเนื้อหรือกายสัมผัส (physical eyes,sensory organs) ไม่ต้องใช้ตาใจหรือความรู้สึก (mind,feeling) เข้าไปสัมผัส เราสามารถสัมผัสและจับต้องได้ทางกายภาพ คำว่า "House" นั้นเป็นเพียงแค่วัตถุสิ่งก่อสร้าง เป็นอิฐเป็นปูนซีเมนต์ เป็นบ้านที่ไม่ได้แฝงไปด้วยความรู้สึก ความรัก ความอบอุ่น เหมือนกับคำว่า "Home" เลย ดังนั้นเมื่อเราพูดถึงคำว่า House เราจะไม่มีความรู้สึกว่ามีความรัก ความความอบอุ่น ที่มีอยู่ในบ้านนั้นเลย

Examples:

        This house will be on sale next two weeks.
        บ้านหลังนี้จะนำออกขายใน 2 สัปดาห์หน้า
        A lot of new houses are being built nearby the seashore.
        บ้านหลายๆหลังถูกสร้างใกล้ๆกับชายฝั่งทะเล
        That old house was made of bricks.
        บ้านเก่าๆหลังนั้นสร้างจากอิฐทั้งหลัง
        My house was adorned with so many colourful neon lights at Christmas.
        ในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองวันคริสต์มาส บ้านของผมได้รับการตกแต่งด้วยแสงไฟนีออนหลากสี    
สรุปก็คือ "House" เป็นบ้านที่ไม่มีความรู้สึก ไม่ต้องใช้ความรู้สึกเข้าไปสัมผัสได้ด้วยร่างกาย มองเห็นด้วยตาเปล่า(จักขุประสาท) ส่วน "Home" เป็นบ้านที่เกี่ยวเนื่องกับความรู้สึก ต้องใช้ความรู้สึกเข้าไปสัมผัส เป็นบ้านที่แฝงไปด้วยความรู้สึก

ที่มา : http://www.engtest.net/?status=detail&&type=03-08&&topic_id=2170

เป็นงัยกันบ้าง ผ่านมาถึงตรงนี้น่าจะเข้าใจกันอย่างถ่องแท้นะครับ
Sunday, May 13, 2012

หาฤกษ์ การสร้างบ้าน การปลูกบ้าน การขึ้นบ้านใหม่ (การปลูกเฮือน ขึ้นเฮือนใหม่)
ปัจจัยสี่ที่สำคัญของมนุษย์ย่อมมีที่อยู่อาศัย หรือ บ้าน เฮือน เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ไม่ว่าเราจะไปทำมาค้าขาย ทำกิจการงานที่ใดก็ตาม เมื่อเสร็จกิจการงานแล้วก็จะกลับมายังบ้านพักอาศัยเสมอ เพราะบ้านเป็นที่ที่เราภาคภูมิใจ เป็นสิ่งที่รักและหวงแหน ความอบอุ่นเกิดภายในบ้าน นอนหลับสบายใจไร้ความกลัว และความหวาดระแวง แต่ถ้าปลูกบ้านไม่ถูกโฉลกกับเจ้าของ ความทุกข์ความเดือดร้อนก็จะเกิดขึ้นกับเรา ดังนั้น จึงควรเลือกวัน เวลา เดือน ปี โสกหรือโฉลก และวิธีปลูกบ้าน ให้ถูกต้องตามขนบธรรมเนียมโบราณณ
  1. ปลูกเฮือนวันใดดี?
    • วันอาทิตย์ ท่านห้ามปลูกความอุบาทว์จัญไรจะเกิด
    • วันจันทร์ ท่านว่าปลูกได้จะมีลาภ ผ้าผ่อนท่อนสะไบบังเกิดแก่เจ้าของบ้าน
    • วันอังคาร ท่านห้ามปลูก จะเกิดอันตรายจากไฟ
    • วันพุธ ท่านว่าดี มีลาภเป็นของขาวเหลือง
    • วันพฤหัสบดี ท่านว่าดี จงปลูกเถิดจะได้ลาภและความสุขพูนทวี
    • วันศุกร์ ท่านว่า ห้ามปลูกจะมีทุกข์และสุขเท่ากันแล
    • วันเสาร์ ท่านห้ามปลูกเด็ดขาด จะเกิดถ้อยความมีคนเบียดเบียน และจะมีเรื่องเดือดร้อนใจ
  1. ปลูกเฮือนเดือนใดดี?
    • เดือนอ้าย (เดือน 1) ท่านว่า จะทำมาค้าขึ้น จะได้เป็นเศรษฐี เพราะกิจการค้านั้น
    • เดือนยี่ (เดือน 2) ท่านว่าดี มีศิริในการป้องกันศัตรูทั้งมวล
    • เดือนสาม ท่านห้ามปลูก จะมีภัย ศัตรูเบียนเบียด
    • เดือนสี่ ท่านว่า ปลูกดีจะมีลาภ จะมีความสุขกายสบายใจ
    • เดือนห้า ท่านว่าจะเกิดทุกข์ร้อนไม่สบายใจ
    • เดือนหก ท่านว่าประเสริฐ จะส่งผลให้เงินทองไหลมาเทมา
    • เดือนเจ็ด ท่านห้ามปลูก จะเป็นอันตรายแก่ทรัพย์ที่หาไว้ได้แล้ว จักถูกโจรลัก หรือไฟไหม้
    • เดือนแปด ท่านห้ามปลูกเฮือนในเดือนนี้ เงินทองข้าวของที่เก็บไว้ จะมิอยู่คงที่แล
    • เดือนเก้า ท่านให้เร่งปลูกเฮือน ถ้ารับราชการจะได้รับการปูนบำเหน็จแล ถ้ามิได้รับราชการก็จะเจริญในการประกอบอาชีพแล
    • เดือนสิบ ท่านห้ามปลูก จะได้รับอันตรายจากโทษทัณฑ์ อาญาแผ่นดิน และการเจ็บไข้ได้ป่วย
    • เดือนสิบเอ็ด ท่านห้ามปลูกจะถุกคนหลอกลวงเอาของ และสิ่งที่ห่วงแหน
    • เดือนสิบสอง ท่านว่าควรเร่งปลูก จะได้เงินทองข้าวของ ช้างม้า ข้าทาสผู้ซื่อสัตย์แล
  2. ปลูกเฮือนปีใดดี?
    • ปีชวด ให้เอากิ่งไม้คูณหรือไม้ราชพฤกษ์ มัดเสาแล้วจึงยกเสาลงหลุม เป็นมงคลแล
    • ปีฉลู ให้เอาผ้าขาวม้าห่อกล้วยพันปลายเสา เอากิ่งตูม 3 กิ่ง มามัด จึงยกเสาลงหลุมดีนักแล
    • ปีขาล ให้เอาข้าวใส่กระทง 3 อันมาวางบนเสา แล้วเอาน้ำมารด 3 ขัน จึงยกเสาลงหลุมดีนักแล
    • ปีเถาะ ให้เอาใบตะเคียน ใบหูดหอม และต้นกล้วย มัดปลายเสา แล้วจึงยกเสาลงหลุมดีนักแล
    • ปีมะโรง ให้เอาผ้าห่อใบหูดหอม และกำยานพันปลายเสา แล้วยกเสาลงหลุมดีนักแล
    • ปีมะเส็ง ให้เอาใบทอง 2 กิ่ง ผูกปลายเสา เอาข้าวสุกใส่กระทง 3 กระทง ธูป 3 คู่ เทียน 3 คู่ บูชา แล้วจึงยกเสาลงหลุมดีนักแล
    • ปีมะเมีย ให้เอาใบขี้เหล็ก 3 กิ่งกวาดตั้งแต่ปลายเสาลงมาถึงต้นเสา 3 ที แล้วเอาน้ำรดปลายเสา 3 ขัน รอจังหวะถ้าได้ยินไก่ขัน จึงยกเสาลงหลุมมีโชคชัยแล (ถ้าไม่มีไก่ขันให้ขันสมมุติเอา)
    • ปีมะแม ให้เอาใบเงิน 3 ใบ ใบหมากตัวผู้และหมากตัวเมียอย่างละ 3 ใบ กล้วยสุก 3 หน่วย อ้อย 3 ข้อ ใส่ในหลุม แล้วจึงยกเสาลงหลุมดีนักแล
    • ปีวอก หรือปีระกา ให้เอาเทียน 3 เล่ม ไปผูกต้นเสาทางหัวนอน ต้นไหนก็ได้ จึงยกเสาลงหลุมดีนักแล
    • ปีจอ หรือ ปีกุน ให้เอาข้าวตอกแตก 5 ดอก ใบบัวบก 5 ใบ รองตรงหัวเสาในหลุมก่อน จึงยกเสาลงหลุมดีนักแล
  3. วิธีขุดเสาเฮือน โบราณาจารย์ท่านว่า บ้านต้องปลูกใส่บนดิน ในดินมีทั้งแม่ธรณีและพญานาค (นาคดิน) เป็นอารักษ์ เพื่อให้เกิดความเป็นศิริมงคล ท่านว่า ควรย้ายแม่ธรณีและทำให้ถูกต้องตามโครงการนาคดิน กล่าวคือ นาคดิน นี้เราจะต้องรู้จักว่า หัวนาค หางนาค หลังนาค และท้องนาค อยู่ทางทิศไหนในแต่ละเดือนที่เราจะปลูกบ้านก่อนเพื่อปฏิบัติได้ถูกต้อง มิฉะนั้นจะถูกพิษนาค ทำให้เราเจ้าของบ้านต้องเดือดร้อน เจ็บป่วยออดๆ แอดๆ ควรปฏิบัติดังนี้
    • การย้ายแม่ธรณี
            ก่อนจะมีการขุดดินปลูกบ้าน โบราณท่านว่า ให้ย้ายแม่ธรณี และสิ่งของที่เป็นอาถรรพ์ทั้งหลายออกไปก่อน บ้านจึงจะเป็นบ้านอยู่สุข วิธีย้ายให้เอาเทียนเหลือง 1 คู่ ดอกไม้ขาว 1 คู่ แต่งใส่ขัน แล้วเอาผ้าขาวพาดบ่า (ห่มเฉลียงบ่า) เดินไปตรงกลางลานดินที่จะปลูกบ้าน แล้วกล่าวคำอัญเชิญว่า
            "อุกาสะ ผู้ข้าขออัญเชิญแม่ธรณีเจ้าได้ออกจาก (หยับย้ายออกจาก) ที่ปลูกบ้าน เพราะที่ปลูกบ้านลูกหลานย่อมทิ้งสิ่งสกปรก ขอย้ายแม่ออกไปอยู่ข้างบ้าน แล้วขอให้แม่คุ้มครองปกป้องรักษาบ้าน และลูกหลานในบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข ขอให้แม่นำสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลาย หมายมีกระดูกเป็นต้น ขอให้แม่โยนทิ้งไปให้ไกล เอาเหลือไว้แต่สิ่งอันเป็นมงคลแก่ข้าเทอญฯ"
            แล้วนำเอาธูปเทียนนั่นทิ้ง วางไว้ทางทิศตะวันตกของที่ปลูกบ้าน ส่วนผู้จะประกอบพิธีนี้จะให้คนแก่ที่มีศีลธรรม (ผู้ชาย) หรือจะเอาผู้ชายเจ้าของบ้านนั้นก็ได้
    • การหลีกพิษนาค ในเดือนที่เราเห็นว่าปลูกบ้านดี เช่น เดือนอ้าย เดือนยี่ เดือนสี่ เดือนหก เดือนเก้า และเดือนสิบสอง ควรจะรู้ว่าเดือนเหล่านี้ ส่วนของนาคส่วนใดอยู่ทิศใด เวลาขุดดินการโกยดิน และการวางเสาแอกเสาขวัญ จะวางได้ถูกทิศทาง จะได้ไม่รับอันตรายจากพิษนาค โบราณท่านว่าดังนี้
      • เดือนอ้ายและเดือนยี่ หัวนาคอยู่ทางทักษิณ (ทิศใต้) หางนาคอยู่ทางทิศอุดร (เหนือ) ท้องนาคอยู่ทางทิศปัจจิม (ตะวันตก) หลังนาคอยู่ทางทิศบูรพา (ตะวันออก) เวลาเข้าไปขุดดิน ให้เข้าไปในทางทิศท้องนาค โกยดินก็โกยไปทางทิศท้องนาคเช่นกัน คือทิศตะวันตก
      • เดือนสี่และเดือนหก หัวนาคอยู่ทางทิศปัจจิม หางนาคอยู่ทางทิศบูรพา หลังนาคอยู่ทางทิศอุดร ท้องนาคอยู่ทางทิศทักษิณ เมื่อเข้าไปขุดดินให้เข้าไปทางทิศท้องนาค โกยดินไปทางทิศอาคะเนย์ (ตะวันออกเฉียงใต้) เมื่อเอาเสาไปวางก็หันปลายเสาไปทางทิศอาคะเนย์
      • เดือนเก้า หัวนาคอยู่ทางทิศบูรพา หางนาคอยู่ทางทิศปัจจิม หลังนาคอยู่ทางทิศทักษิณ ท้องนาคอยู่ทางทิศอุดร การเข้าไปขุดเสาให้เข้าไปทางทิศเหนือ แต่การโกยดินและการหันปลายเสาเมื่อเอาไปวางปากหลุม ให้โกยและหันไปในทิศอิสาณ (ตะวันออกเฉียงเหนือ)
      • เดือนสิบสอง หัวนาคอยู่ทิศอุดร หางนาคอยู่ทางทิศทักษิณ หลังนาคอยู่ทิศบูรพา ท้องนาคอยู่ทางทิศปัจจิม ให้เข้าไปขุดเสาในทิศตะวันตก โกยดินไปทิศพายัพ (ตะวันตกเฉียงเหนือ) การเอาเสาไปวางก็ให้หันปลายเสาไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นศิริมงคลนักแล
    • วิธีบูชานาค เพื่อเป็นสิริมงคลต่อบ้าน โบราณท่านให้ทำเครื่องเซ่นไหว้พญานาค ซึ่งประกอบด้วยธูปเทียน และเครื่องบวดต่างๆ วิธีการทำมีดังนี้
      • ให้เอาโต๊ะไปตั้งวางไว้ทิศหัวนาคอยู่ แล้วเอาของหวานใส่ เช่น บวดฟักทอง ใส่ถ้วยวางไว้ในถาด เอาดอกไม้ 5 คู่ เทียน 5 คู่ ธูป 5 คู่ ใส่ในถาดวางไว้บนโต๊ะ
      • ให้ทำธงใส่หลักไปปักข้างโต๊ะเครื่องเซ่นไหว้ทั้ง 2 ข้าง สำหรับผ้าทำธงให้ใช้สีตามเดือน ดังนี้
        เดือน สีธง เดือน สีธง
        เดือนอ้าย สีขาว เดือนยี่ สีขาว
        เดือนสี่ สีเหลือง เดือนหก สีเหลือง
        เดือนเก้า สีดำหรือสีนิล (เขียวแก่) เดือนสิบสิง สีแดง
      • กล่าวคำบูชา 1 จบ ว่า "อะยัง มะหานาโค อิทธิมันโต ชุติมันโต อิมินา สักกาเรนะ มะหานาคัง ปูเชมิ"
วิธีขุดเสา เมื่อเราทำเครื่องบูชาเสร็จแล้ว ให้ลงมือขุดหลุมเสาแฮก คนที่ถือเคร่งจริงๆ เวลาขุดหลุมเสาแฮกนั้น เขาจะเอาไม้คูณ หรือไม้ยอทำด้ามเสียมก่อน คนขุดก็จะตั้งชื่อให้ว่า "ท้าวเงิน ท้าวคำ ท้าวแก้ว ท้าวค้ำ ท้าวคูณ" ชื่อใดชื่อหนึ่งตามความเหมาะสม ให้เป็นผู้ขุดเสาแฮก แต่ถ้าจะตั้งชื่อคนขุดทั้ง 8 หลุม (เรือน 3 ห้องสมัยโบราณมีเสา 8 ต้นต่อเกย หรือเฉลียงอีก 4 ต้น จึงรวมเป็น 12 ต้น เกยไม่นับเป็นเรือน) ก็ให้ตั้งเพิ่มอีก 3 ชื่อ คือ ท้าวสุข ท้าวดี ท้าวมี แล้วให้ขุดเสาคนละเสา
สำหรับเสียมขุด นอกจากเสาแฮกแล้วจะเอาด้ามอะไรก็ได้ เฉพาะเสาเอกหรือเสาแฮก ให้ใช้เสียมไม้คูณ หรือไม้ยอ โดยให้ท้าวเงินเป็นคนขุด ในเวลาขุดหลุมเสาย่อมจะพบสิ่งที่เป็นมงคลและไม่เป็นมงคล ดังนั้นเมื่อพบแล้วให้แก้นิมิตแก้อาถรรพ์ ดังนี้
  1. ถ้าขุดไปพบกระดูก ท่านให้เอาน้ำสะอาดสรงแก้วแหวนเงินทอง มารดลงในหลุมเป็นศิริมงคลแล
  2. เมื่อขุดลงไปพบขนสัตว์หรือเชือก ให้ไปขอน้ำมนต์จากพระมารดหลุม เป็นศิริมงคลแล
  3. ถ้าขุดลงไปพบไม้ทราง ให้นิมนต์พระมาเจริญพระพุทธมนต์ แล้วเอาน้ำพระพุทธมนต์รดลงในหลุม เป็นศิริมงคลแล
  4. ถ้าขุดลงไปพบอิฐ หรือดินเหมือนขี้หนู ท่านให้เอาน้ำผึ้งแท้รดลงในหลุม เป็นศิริมงคลแล
  5. ถ้าของไม่ดีนอกจากนี้ ท่านให้เอาน้ำสรงพระพุทธรูปใส่ขันไว้ เอาดอกบัวหลวง ถ้าของไม่ดีนอกจากนี้ ท่านให้เอาน้ำสรงพระพุทธรูปใส่ขันไว้ เอาดอกบัวหลวง และหญาแพรก ใส่ลงในหลุม แล้วเอาน้ำสรงพระพุทธรูปรดลงในหลุม เป็นศิริมงคลแล
  6. ก่อนเอาเสาแฮก (เสาเอก) ทางหัวนอนลงหลุม ให้เขียนกลใส่หลุมว่า "ปู่ก่อสร้างเป็นอาชญ์เฮือนหิน เงินคำมีหมื่นกือกองล้น" ต้นเสาขวัญทางตีนนอน (เสาขวัญ) ให้เขียนกลใส่ในหลุม ก่อนเอาเสาลงหลุมดังนี้ หลานก่อสร้างเป็นอาชญ์เฮือนหิน เงินคำมีหมื่นกือกองล้น" เขียนแล้วเอาลงใส่ในหลุมดังกล่าว
ลักษณะที่ดินที่ไม่ควรปลูกเฮือน
  1. พื้นดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ท่านว่าไม่ควรปลูกบ้านเพราะเข้าลักษณะโลงผี จะทำให้เจ็บไข้ได้ป่วย ควรแยกที่ดินนั้นเป็นสวนไม้ดอก ไม้ผล ด้วยการกั้นรั้วแบ่งเป็นสัดส่วนให้ที่ดินเปลี่ยนรูปร่าง ไปเสียส่วนหนึ่งก่อน แล้วจึงปลูกท่านว่าจะเป็นมงคลแล
  2. ที่ดินรีแหลมยาวรูปธง ท่านว่าไม่ควรปลูกบ้าน ถ้าจะปลูกควรแก้เคล็ดดังข้อ 1 เสียก่อน จึงปลูกบ้าน ท่านว่าจะเป็นมงคลแล
  3. อย่าปลูกบ้านกวมตอไม้ใหญ่ ถ้าจะปลูกก็ควรขุดออกให้หมดเสียก่อน มิฉะนั้นจะทำให้เจ็บไข้ได้ป่วย ท่านว่า มีภูติผีสิงอาศัยอยู่ในนั้น
  4. อย่าปลูกเฮือนอกแตก คือทำบ้านสองหลังเป็นฝาแฝด แต่ชายคาไม่ต่อกัน จะทำให้คนในบ้านทะเลาะวิวาทกัน
  5. อย่าปลุกเฮือนหงำเฮือน (ข่มเฮือน) คือทำเฮือนใหญ่ที่เป็นเสาเอกนั้น ต่ำกว่าเฮือนเล็กที่สร้างขึ้นใหม่ โบราณท่านว่า จะยากไร้อนาถา ไม่มีคนยำเกรง มีแต่คนข่มเหงแล
    ที่มา :  http://www.mahamodo.com/tamnai/good_time_home_isan.aspx

Facebook Comments